อาหารของแม่ไก่ไข่ในฟาร์มอินทรีย์.

โดยทั่วไป แม่ไก่อินทรีย์กินอาหารที่ผลิตตามกฎอินทรีย์ และห้ามใส่ยาปฏิชีวนะหรือสารเร่งการเจริญเติบโตในอาหารเพื่อเร่งการโตหรือเพิ่มผลผลิต

ในฟาร์มอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง แม่ไก่ไข่กินอาหารอินทรีย์ ธัญพืชและวัตถุดิบจากพืชอื่น ๆ ในอาหารต้องมาจากการผลิตแบบอินทรีย์ และมาตรฐานจำกัดว่าใช้สารเติมแต่งอะไรได้บ้าง ห้ามใส่ยาปฏิชีวนะ ยาป้องกันโรคค็อกซิเดียม (anticoccidial) และสารเร่งการเจริญเติบโตลงในอาหารเพื่อเร่งการโตหรือเพิ่มผลผลิต บทความนี้อธิบายกฎโดยทั่วไป โดยใช้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของไทยเป็นหลัก

หมายเหตุเรื่องเอกสาร มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของไทย มกษ. 9000 (TAS 9000 พ.ศ. 2564) รวมกฎทั่วไปไว้ในฉบับเดียว และระบุว่าภาคผนวกเรื่องปศุสัตว์จะเผยแพร่ภายหลัง รายละเอียดเรื่องปศุสัตว์ด้านล่างจึงมาจากส่วนปศุสัตว์ฉบับก่อนหน้า คือ มกษ. 9000 เล่ม 2 (พ.ศ. 2561) ซึ่งนำมาพิมพ์ซ้ำในคู่มือของกรมปศุสัตว์ ส่วนกฎทั่วไปมาจากฉบับ พ.ศ. 2564

กฎเรื่องอาหารสัตว์

มาตรฐานฉบับ พ.ศ. 2564 วางหลักไว้ว่า ปศุสัตว์ต้องได้รับอาหารอินทรีย์ที่ทำจากวัตถุดิบทางการเกษตรที่ผลิตแบบอินทรีย์ และอาจมีสารจากธรรมชาติที่ไม่ได้มาจากการเกษตรเพิ่มเข้ามา ผลิตภัณฑ์อินทรีย์จากปศุสัตว์ต้องมาจากสัตว์ที่เลี้ยงแบบอินทรีย์ตั้งแต่เกิดหรือฟักออกจากไข่ และการผลิตแบบอินทรีย์ไม่ใช้สิ่งมีชีวิตที่ดัดแปลงพันธุกรรมในอาหารสัตว์

ส่วนปศุสัตว์กำหนดสัดส่วนเป็นร้อยละ โดยคิดจากน้ำหนักแห้ง

  • ตอนเริ่มปรับเปลี่ยน อาหารของสัตว์กระเพาะเดี่ยวต้องมีวัตถุดิบอินทรีย์อย่างน้อยร้อยละ 65
  • ถ้าฟาร์มหาอาหารอินทรีย์เต็มรูปแบบไม่ได้ สัตว์กระเพาะเดี่ยวต้องได้ขั้นต่ำร้อยละ 80 โดยคิดจากความต้องการอาหารทั้งปี และต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยตรวจรับรองก่อน
  • ส่วนที่ไม่ใช่อินทรีย์ต้องเป็นวัสดุธรรมชาติจากพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุ และวัตถุดิบจากพืชที่ไม่ใช่อินทรีย์ต้องไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี
  • ลูกไก่ให้กินอาหารลูกไก่ทั่วไปได้นานถึง 4 สัปดาห์หลังฟัก ถ้าอาหารนั้นไม่มีวัสดุดัดแปลงพันธุกรรมและไม่มีสารสังเคราะห์

ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ติดฉลากว่าอินทรีย์ ต้องมีน้ำหนักแห้งอย่างน้อยร้อยละ 95 มาจากการผลิตแบบอินทรีย์

สิ่งที่ห้ามใส่

ส่วนปศุสัตว์ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ ยาป้องกันโรคค็อกซิเดียม ยาแผนปัจจุบัน สารเร่งการเจริญเติบโต และสารอื่นใดในอาหารที่ใส่เพื่อเร่งการโตหรือเพิ่มผลผลิต ห้ามใช้ไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีนและสารประกอบไนโตรเจนสังเคราะห์ด้วย

วิตามินและแร่ธาตุต้องมีที่มาจากธรรมชาติ แบบสังเคราะห์ใช้ได้เฉพาะเมื่อขาดแคลนหรือเกิดเหตุสุดวิสัย และต้องบันทึกแหล่งที่มาและกระบวนการไว้ สารเกาะยึด สารกันเสีย สารแต่งกลิ่นรส สี และสารกระตุ้นความอยากอาหารต้องมาจากแหล่งธรรมชาติ ส่วนโพรไบโอติกและเอนไซม์ใช้ได้ ถ้าไม่ได้ดัดแปลงพันธุกรรมและไม่ใช่สารสังเคราะห์

ในสหภาพยุโรป บทความปี 2024 ในวารสาร Frontiers in Animal Science ระบุว่าห้ามใช้กรดอะมิโนสังเคราะห์ในอาหารสัตว์อินทรีย์ ผู้เขียนบอกว่าข้อห้ามนี้ทำให้ปรับสมดุลสูตรอาหารได้ยาก เมื่อแหล่งโปรตีนอินทรีย์มีจำกัด

นอกจากอาหาร แม่ไก่ได้รับอะไรอีก

มาตรฐานไทยกำหนดให้สัตว์ปีกได้กินอาหารหยาบทุกวัน จะเป็นแบบสด แห้ง หรือหมักก็ได้ และต้องมีน้ำสะอาดให้ตลอดเวลา หลักการของมาตรฐานยังระบุว่าควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลพลอยได้จากสัตว์เป็นอาหาร

ส่วนวัตถุดิบทั่วไป หน่วยบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอนอธิบายว่า อาหารไก่ไข่ทั่วไปมีธัญพืชที่พบบ่อย เช่น ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ หรือข้าวสาลี มีกากถั่วเหลืองหรือกากคาโนลาเป็นแหล่งโปรตีน และมีหินปูน น้ำมันหรือไขมัน กับพรีมิกซ์วิตามินและแร่ธาตุ ส่วนขยายความรู้นี้เสริมว่าแม่ไก่ไข่ต้องการแคลเซียมในอาหารเพิ่มเป็นร้อยละ 3 ถึง 4 เพื่อสร้างเปลือกไข่ แหล่งเดียวกันนิยามอาหารอินทรีย์ว่าเป็นอาหารที่ทำจากวัตถุดิบอินทรีย์ ปลูกโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงเชิงพาณิชย์ ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้ดัดแปลงพันธุกรรม และไม่มียาหรือสารอาหารสังเคราะห์ ในสูตรอาหารอินทรีย์ วัตถุดิบเหล่านี้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎอินทรีย์

ยา ระยะปรับเปลี่ยน และบันทึก

มาตรฐานห้ามใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรค แต่สัตว์ที่ป่วยหรือบาดเจ็บต้องได้รับการรักษาทันที แม้การรักษานั้นจะทำให้สถานะอินทรีย์สิ้นสุดลง ต้องเริ่มจากสมุนไพร แร่ธาตุธรรมชาติ หรือการแพทย์ทางเลือกก่อน ถ้าไม่ได้ผลจึงใช้ยาแผนปัจจุบันหรือยาปฏิชีวนะได้ภายใต้การกำกับของสัตวแพทย์ โดยระยะหยุดยาต้องเป็นสองเท่าของที่ระบุบนฉลาก มาตรฐานยังจำกัดจำนวนครั้งของการรักษาแบบนี้ในหนึ่งปี ถ้าเกินขีดจำกัด ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ตัวนั้นจะขายเป็นอินทรีย์ไม่ได้ และสัตว์ต้องเข้าสู่ระยะปรับเปลี่ยนใหม่ ทุกครั้งที่รักษาต้องบันทึกชื่อยา วิธีใช้ และระยะหยุดยา

สำหรับการผลิตไข่ ส่วนปศุสัตว์กำหนดระยะปรับเปลี่ยน 6 สัปดาห์ และมาตรฐานฉบับ พ.ศ. 2564 กำหนดให้เก็บบันทึกอินทรีย์ไว้อย่างน้อย 5 ปี

สรุปสั้น ๆ

  • แม่ไก่อินทรีย์กินวัตถุดิบที่ผลิตแบบอินทรีย์ โดยมีสัดส่วนอินทรีย์ขั้นต่ำ คิดจากน้ำหนักแห้ง
  • ห้ามใส่ยาปฏิชีวนะ ยาป้องกันโรคค็อกซิเดียม และสารเร่งการเจริญเติบโตในอาหารเพื่อเร่งการโตหรือเพิ่มผลผลิต
  • จำกัดการใช้สารเติมแต่งสังเคราะห์อย่างเข้มงวด และสารเติมแต่งอย่างสีและสารแต่งกลิ่นรสต้องมาจากธรรมชาติ
  • แม่ไก่ได้อาหารหยาบและน้ำสะอาดด้วย ส่วนสัตว์ที่ป่วยจะได้รับการรักษา พร้อมบันทึกและระยะหยุดยาเป็นสองเท่า
  • กฎข้างต้นเป็นของมาตรฐานไทย เว้นแต่ระบุว่าเป็นของสหภาพยุโรป

แหล่งข้อมูล