วิธีเก็บผักใบและสมุนไพรสด.

ผักใบเก็บได้ดีที่สุดเมื่อเย็น ชื้น และยังไม่ล้าง ผักและสมุนไพรบางชนิดเสียหายเพราะความเย็นของตู้เย็น บทความนี้รวบรวมอุณหภูมิที่แหล่งข้อมูลแนะนำ

ผักใบเก็บได้ดีที่สุดเมื่อเย็น ชื้น และยังไม่ล้างจนกว่าจะใช้ หน่วยบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยโคโลราโดสเตต (Colorado State University Extension) แนะนำให้ใส่กล่องพลาสติกที่รองด้วยกระดาษซับ แล้วเก็บไว้ในช่องผักของตู้เย็น แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่ควรเก็บในตู้เย็น โหระพา มะเขือเทศ มันฝรั่ง และหอมหัวใหญ่ เก็บนอกตู้เย็นดีกว่า และผักฤดูร้อนบางชนิดเสียเพราะความเย็น

เย็นและชื้น

ใบผักสูญเสียน้ำเร็ว ใบที่เหี่ยวส่วนใหญ่ก็คือใบที่แห้ง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ของไทย ระบุว่าผักในห้องเย็นจะเหี่ยวถ้าอากาศแห้งเกินไป ความชื้นจึงสำคัญพอ ๆ กับอุณหภูมิ

ตัวเลขห้องเย็นของ สวพส. ช่วยให้เห็นเป้าหมาย ผักตระกูลผักกาดหอม กะหล่ำปลี และผักกาดขาวเก็บที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส ถ้าเก็บผักหลายชนิดไว้ห้องเดียวกัน สวพส. แนะนำประมาณ 2 ถึง 4 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ประมาณร้อยละ 95

ตู้เย็นในบ้านทำอุณหภูมิและความชื้นได้ไม่ถึงระดับนั้น และก็ไม่จำเป็น องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) แนะนำให้เก็บผักผลไม้สดที่เสียง่าย รวมทั้งผักกาดหอมและสมุนไพร ไว้ในตู้เย็นที่สะอาดที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียส (40 องศาฟาเรนไฮต์) หรือต่ำกว่า

ห่อเก็บ และอย่าเพิ่งล้าง

มหาวิทยาลัยโคโลราโดสเตตในสหรัฐอเมริกา ระบุว่าไม่ควรล้างผักใบก่อนเก็บ ให้วางผักในกล่องพลาสติกที่รองด้วยกระดาษซับ แล้วเก็บกล่องไว้ในช่องผัก เมื่อจะรับประทาน ให้แกว่งใบผักในชามน้ำสะอาด แล้วล้างใต้น้ำเย็นที่ไหลผ่าน

มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตบอกระยะเวลาเก็บโดยประมาณในช่องผักไว้ คือ 5 ถึง 7 วันสำหรับผักกาดหอม และ 1 ถึง 2 วันสำหรับผักใบอื่น ส่วนสมุนไพร 2 ถึง 3 วัน สมุนไพรใส่ถุงพลาสติกได้ หรือจะปักตั้งในแก้วน้ำแล้วครอบถุงไว้หลวม ๆ ด้านบนก็ได้ ตัวเลขเหล่านี้มาจากคำแนะนำของหน่วยบริการวิชาการในสหรัฐอเมริกา และจะต่างไปตามความสดของใบและอุณหภูมิของตู้เย็น

ของที่ไม่ควรแช่เย็น

โหระพาเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดในกลุ่มสมุนไพร บทความทบทวนงานวิจัยเรื่องการเก็บโหระพารายงานว่าอุณหภูมิต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียสทำให้ใบเสียหาย และต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสจะเสียหายรุนแรง ที่ 0 องศาเซลเซียสใบจะดำภายใน 1 วัน และที่ 5 องศาเซลเซียสภายในประมาณ 3 วัน บทความแนะนำ 12 ถึง 15 องศาเซลเซียส ซึ่งอุ่นกว่าตู้เย็นในบ้าน

ผักอื่นก็ไวต่อความเย็นเหมือนกัน

  • สวพส. ระบุว่าแตงกวา กระเจี๊ยบเขียว มะเขือ และฟักทอง ทนอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสไม่ได้ ตู้เย็นในบ้านที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียสเย็นกว่านั้น
  • มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตระบุว่าไม่ควรเก็บมะเขือเทศสุกในตู้เย็น เพราะความเย็นทำให้รสจืดและเนื้อเป็นแป้ง
  • มหาวิทยาลัยเดียวกันระบุว่ามันฝรั่งและหอมหัวใหญ่แห้งควรเก็บในที่เย็น แห้ง อากาศถ่ายเท และไม่โดนแดดโดยตรง แสงทำให้มันฝรั่งเปลี่ยนเป็นสีเขียว
  • มหาวิทยาลัยเดียวกันยังแนะนำให้เก็บแตงกวาให้ห่างจากแอปเปิลและมะเขือเทศ

ข้อมูลเหล่านี้เป็นคำแนะนำสำหรับห้องเย็นและหน่วยบริการวิชาการ ผักแต่ละชนิดอาจต่างกันไปตามพันธุ์และระยะเวลาที่เก็บ

สรุปสั้น ๆ

  • เก็บผักใบโดยไม่ล้าง ใส่ในกล่องที่รองด้วยกระดาษซับ ไว้ในช่องผักของตู้เย็น
  • ล้างก่อนใช้เท่านั้น โดยแกว่งในน้ำสะอาดแล้วล้างใต้น้ำที่ไหลผ่าน
  • ตั้งตู้เย็นไว้ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียสหรือเย็นกว่า ตามที่ US FDA แนะนำสำหรับผักผลไม้สดที่เสียง่าย
  • ตามแหล่งข้อมูลข้างต้น โหระพาเสียหายเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียส ส่วนแตงกวา กระเจี๊ยบเขียว มะเขือ และฟักทองทนอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสไม่ได้

แหล่งข้อมูล