สีเปลือกไข่ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของแม่ไก่เป็นหลัก ส่วนสีไข่แดงขึ้นอยู่กับสารสีในอาหารที่แม่ไก่กิน สีทั้งสองไม่อยู่ในนิยามลายลักษณ์อักษรเรื่องวิธีเลี้ยงแม่ไก่ จึงใช้ดูไม่ได้ว่าแม่ไก่เลี้ยงมาแบบไหน
สีเปลือกมาจากสายพันธุ์
หน่วยบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยฟลอริดาอธิบายว่า สีเปลือกมาจากสารสีในชั้นนอกของเปลือก และเป็นลักษณะประจำสายพันธุ์เป็นหลัก สายพันธุ์ที่เลี้ยงเพื่อการค้าออกไข่เปลือกขาวหรือเปลือกน้ำตาล โดยทั่วไป สายพันธุ์ที่มีติ่งหูสีขาวออกไข่เปลือกขาว และสายพันธุ์ที่มีติ่งหูสีแดงออกไข่เปลือกน้ำตาล แม่ไก่แต่ละตัวในสายพันธุ์เดียวกันก็ยังต่างกันได้ ฝูงเดียวกันจึงออกไข่ได้หลายเฉด
แหล่งเดียวกันระบุว่า สายพันธุ์ไข่น้ำตาลเป็นไก่ที่ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อยและกินอาหารมากกว่า และสีเปลือกไม่เกี่ยวกับคุณภาพไข่ รสชาติ หรือลักษณะเมื่อนำไปปรุงเลย
มาตรฐานไข่ไก่ของไทย มกษ. 6702 (พ.ศ. 2553) มองสีเปลือกแบบเดียวกัน มาตรฐานกำหนดเพียงว่าสีเปลือกต้อง "เป็นไปตามลักษณะประจำสายพันธุ์" สะอาด และเรียบ ไม่ได้จัดอันดับว่าสีใดดีกว่าสีอื่น เกรดของมาตรฐานดูจากความสะอาด ความเรียบ ช่องอากาศ และลักษณะของไข่เมื่อตอกออกมา
สีไข่แดงมาจากสารสีในอาหาร
หน่วยบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยฟลอริดาระบุว่า สีไข่แดงขึ้นอยู่กับอาหารของแม่ไก่ ถ้าแม่ไก่ได้รับสารสีจากพืชสีเหลืองส้มที่เรียกว่าแซนโทฟิลล์ (xanthophyll) มาก สารเหล่านั้นจะสะสมในไข่แดง หน่วยบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยยูทาห์สเตตระบุสารสีหลักว่า แซนโทฟิลล์ ลูทีน (lutein) และซีแซนทิน (zeaxanthin)
แหล่งข้อมูลนี้อธิบายว่าในทางปฏิบัติเป็นอย่างไร
- แม่ไก่ที่กินอาหารผงผสมข้าวโพดเหลืองและอัลฟัลฟาป่นออกไข่ที่มีไข่แดงสีเหลือง
- แม่ไก่ที่กินข้าวโพดขาว ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี หรือข้าวบาร์เลย์ ออกไข่ที่มีไข่แดงสีอ่อนกว่า
- อาจเติมวัสดุสีเหลืองส้มจากธรรมชาติ เช่น กลีบดาวเรือง ลงในอาหารเพื่อให้สีเข้มขึ้น
- หน่วยบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยยูทาห์สเตตเสริมว่า สารสีสังเคราะห์ เช่น แคนทาแซนทิน (canthaxanthin) ก็ทำให้สีไข่แดงเข้มขึ้นได้เช่นกัน
ไข่แดงสีส้มเข้มจึงบอกได้ว่าอาหารมีสารสีมาก แต่ไม่ได้บอกว่าสารสีมาจากไหน อาจมาจากธัญพืชที่แม่ไก่กิน จากวัสดุพืชที่เติมลงในอาหาร หรือจากสารสีสังเคราะห์
แหล่งข้อมูลของมหาวิทยาลัยฟลอริดายังระบุว่า ความชอบสีไข่แดงต่างกันไปตามประเทศ ผู้บริโภคบางกลุ่มชอบไข่แดงสีอ่อน บางกลุ่มชอบสีส้มเข้มกว่า และส่วนใหญ่มีการปรับอาหารให้ได้สีไข่แดงตามที่ตลาดนั้นต้องการ สารสีค่อนข้างคงตัว ไม่หายไปและไม่เปลี่ยนเมื่อปรุงสุก
มาตรฐานของไทยกำหนดเพียงว่าไข่แดงต้องมีสีปกติและสม่ำเสมอ
สีไม่ได้บอกวิธีเลี้ยง
กฎเรื่องวิธีเลี้ยงดูที่เงื่อนไข เช่น พื้นที่ คอน รังไข่ วัสดุรองพื้น และการออกพื้นที่กลางแจ้ง ทั้งนิยามไข่เลี้ยงปล่อย ไข่โรงเรือน และไข่กรงแบบเสริมสิ่งอำนวยความสะดวกของสหภาพยุโรป และเกณฑ์สำหรับฟาร์มไก่ไข่ระบบปลอดกรงของกรมปศุสัตว์ไทย ล้วนเขียนไว้ในแนวนี้ ไม่มีเอกสารฉบับไหนพูดถึงสีเปลือกหรือสีไข่แดงในฐานะข้อกำหนดหรือการทดสอบ
เพราะเหตุนี้ สีเปลือกจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพ และไข่แดงสีเข้มก็ไม่ใช่หลักฐานว่าเลี้ยงด้วยระบบใดระบบหนึ่ง ถ้าอยากรู้ว่าแม่ไก่เลี้ยงมาอย่างไร หลักฐานคือมาตรฐานที่ระบุชื่อบนแผงไข่ และหน่วยงานที่ตรวจตามมาตรฐานนั้น
สรุปสั้น ๆ
- สายพันธุ์เป็นปัจจัยหลักของสีเปลือก โดยสีขาวและสีน้ำตาลเป็นสีที่พบบ่อยในไข่ที่ผลิตเพื่อการค้า
- สีไข่แดงเป็นไปตามสารสีในอาหารของแม่ไก่ เช่น จากข้าวโพดเหลือง กลีบดาวเรือง หรือสารเติมแต่งสังเคราะห์
- มาตรฐานไข่ไก่ของไทยกำหนดให้สีเปลือกเป็นไปตามลักษณะประจำสายพันธุ์ และให้ไข่แดงมีสีปกติสม่ำเสมอ
- นิยามวิธีเลี้ยงในสหภาพยุโรปและเกณฑ์ปลอดกรงของไทยไม่ใช้สีเป็นเกณฑ์
- ถ้าอยากรู้ว่าแม่ไก่เลี้ยงมาอย่างไร ให้มองหามาตรฐานที่ระบุชื่อ ไม่ใช่ดูเฉดสี
แหล่งข้อมูล
- University of Florida IFAS Extension, PS24 Egg Quality
- Utah State University Extension, A Farmer's Guide to Egg Quality, Safety, and Flock Health
- Thai Agricultural Standard TAS 6702-2010, Hen Egg (unofficial English translation, ACFS)
- Commission Delegated Regulation (EU) 2023/2465 on marketing standards for eggs
- Department of Livestock Development, audit criteria for cage-free layer farms (effective 15 February 2021)



