จัดตู้เย็นให้อาหารปลอดภัย.

ตั้งตู้เย็นให้ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส วางอาหารดิบไว้ชั้นล่างสุดในภาชนะ และเว้นที่ให้อากาศไหลเวียน ตามคำแนะนำของ WHO และหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรในสหรัฐอเมริกา

ตู้เย็นที่ปลอดภัยกว่าเกิดจากนิสัย 3 อย่าง คือทำให้เย็นพอ วางอาหารดิบไว้ต่ำกว่าอาหารอื่นและใส่ภาชนะ และไม่ยัดชั้นแน่นจนอากาศไหลเวียนไม่ได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าอาหารที่เสียง่ายควรแช่เย็นโดยเร็ว และควรต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส วิธีตรวจอุณหภูมิจริงคือใช้เทอร์โมมิเตอร์ตู้เย็น

ข้อมูลในบทความนี้มาจาก WHO ซึ่งใช้ได้ทั่วโลก และจาก University of Illinois Extension ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแหล่งมีชื่อกำกับไว้ตรงจุดที่นำมาใช้

ตั้งอุณหภูมิเท่าไร

หลักห้าประการเพื่ออาหารปลอดภัยของ WHO (Five Keys to Safer Food) ให้แช่เย็นอาหารปรุงสุกและอาหารที่เสียง่ายโดยเร็ว โดยควรต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส และไม่ควรวางอาหารปรุงสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง

University of Illinois Extension กำหนดเป้าหมายใกล้เคียงกัน แต่ใช้หน่วยฟาเรนไฮต์ คือต่ำกว่า 40 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 4 องศาเซลเซียส ส่วนช่องแช่แข็งให้อยู่ที่ 0 องศาฟาเรนไฮต์หรือต่ำกว่า หรือประมาณลบ 18 องศาเซลเซียส และแนะนำให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่ทำมาสำหรับตู้เย็นและช่องแช่แข็ง แทนการเดา ถ้าจะตรวจเองที่บ้าน ให้วางเทอร์โมมิเตอร์แก้วไว้ในแก้วน้ำตรงกลางตู้เย็น รอ 5 ถึง 8 ชั่วโมงแล้วอ่านค่า ปรับปุ่มหมุนจนอ่านได้ 38 ถึง 40 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 3 ถึง 4 องศาเซลเซียส

ชั้นไหนวางอะไร

เนื้อสัตว์ดิบ สัตว์ปีก และอาหารทะเลวางชั้นล่าง WHO ระบุให้แยกเนื้อสัตว์ดิบ สัตว์ปีก และอาหารทะเลออกจากอาหารอื่น และเก็บอาหารในภาชนะ เพื่อไม่ให้ของดิบกับของปรุงแล้วแตะกัน Illinois Extension ให้เหตุผลที่ต้องวางชั้นล่างสุดว่า น้ำจากของดิบจะไม่หยดลงบนอาหารอื่นจนเกิดการปนเปื้อนข้าม คือเชื้อโรคย้ายจากอาหารอย่างหนึ่งไปอีกอย่างหนึ่ง

อาหารปรุงสุกและอาหารพร้อมกินวางชั้นบน เมื่อเนื้อสัตว์ดิบอยู่ชั้นล่างสุด ให้วางอาหารปรุงสุกและอาหารพร้อมกินอื่น ๆ ไว้สูงกว่า และเก็บในภาชนะตามที่ WHO ระบุ WHO ยังระบุให้ใช้มีดและเขียงแยกสำหรับของดิบ

ผักและผลไม้อยู่ในช่องผัก Illinois Extension ระบุว่าช่องผักทำไว้สำหรับผักและผลไม้

ประตูเป็นจุดที่อุ่นที่สุด Illinois Extension ระบุว่าประตูมักอุ่นกว่าส่วนอื่น เหมาะกับของที่มีน้ำตาลหรือความเป็นกรดสูง เช่น มัสตาร์ด ผักดอง เยลลี่ และซอสมะเขือเทศ

เว้นที่ว่าง ดูเวลาเก็บ และละลายอาหารแช่แข็ง

อย่ายัดจนแน่น Illinois Extension ระบุว่าไม่ควรยัดตู้เย็นแน่นเกินไป และให้เว้นที่ว่างให้อากาศไหลเวียน FAO แนะนำให้ย้ายอาหารเก่าไว้ด้านหน้าจะได้ใช้ก่อน ซึ่งทำได้ง่ายกว่าในตู้เย็นที่ไม่อัดแน่น

ดูเรื่องเวลา WHO ระบุว่าอย่าเก็บอาหารนานเกินไป แม้จะอยู่ในตู้เย็น Illinois Extension ยกตัวอย่างระยะเวลาเก็บของอาหารบางอย่างไว้ดังนี้

  • เนื้อสัตว์บดดิบ 1 ถึง 2 วัน
  • สัตว์ปีกสด 1 ถึง 2 วัน
  • เนื้อสัตว์ปรุงสุก 3 ถึง 4 วัน
  • เนื้อสัตว์แปรรูปสำหรับทำแซนด์วิชที่ยังไม่เปิดแพ็ก 2 สัปดาห์

นี่เป็นตัวอย่างของสหรัฐอเมริกาสำหรับอาหารที่เก็บต่ำกว่า 40 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 4 องศาเซลเซียส) สำหรับอาหารอย่างอื่นจึงควรดูข้อความเรื่องการเก็บและวันที่บนแพ็ก

ละลายในตู้เย็น WHO ระบุว่าอย่าละลายอาหารแช่แข็งที่อุณหภูมิห้อง

สรุปสั้น ๆ

  • ตั้งให้ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียสตามที่ WHO ระบุ และตรวจด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่ทำมาสำหรับตู้เย็น
  • เนื้อสัตว์ดิบ สัตว์ปีก และอาหารทะเลวางไว้ชั้นล่างสุดในภาชนะ ส่วนอาหารปรุงสุกและอาหารพร้อมกินวางไว้ชั้นบน
  • ประตูมักเป็นจุดที่อุ่นที่สุด Illinois Extension แนะนำให้เก็บของที่มีน้ำตาลหรือกรดสูงไว้ตรงนั้น
  • เว้นที่ว่างให้อากาศไหลเวียน และย้ายอาหารเก่าไว้ด้านหน้า
  • อย่าวางอาหารปรุงสุกทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมง และอย่าละลายอาหารแช่แข็งบนเคาน์เตอร์

แหล่งข้อมูล