ฤดูปลูกข้าวอินทรีย์เริ่มก่อนหว่านเมล็ดพันธุ์ แปลงต้องจัดการแบบอินทรีย์มาอย่างน้อย 12 เดือนก่อนปลูก ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด และจัดการวัชพืชโดยไม่ใช้สารกำจัดวัชพืช หลังเก็บเกี่ยวต้องทำข้าวให้แห้ง และเก็บแยกจากข้าวที่ไม่ใช่อินทรีย์ทุกขั้นตอน นี่เป็นภาพรวมทั่วไปตามมาตรฐานของไทย ไม่ใช่คำอธิบายของฟาร์มใดฟาร์มหนึ่ง
บทความนี้ใช้เอกสารของไทยสองฉบับ ฉบับแรกคือ มกษ. 9000-2564 เป็นมาตรฐานทั่วไปด้านเกษตรอินทรีย์ฉบับปี 2564 ออกโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ฉบับที่สองคือมาตรฐานข้าวอินทรีย์ฉบับก่อนหน้า มกษ. 9000 เล่ม 4 ฉบับปี 2553 คณะกรรมการจัดทำมีที่ปรึกษาจากกรมการข้าวเป็นประธาน และมีภาคผนวกที่อธิบายแนวปฏิบัติอย่างละเอียด
พื้นที่และดิน
มกษ. 9000-2564 ระบุว่าพืชอายุปีเดียว เช่น ข้าว ต้องจัดการแบบอินทรีย์อย่างน้อย 12 เดือนก่อนปลูก ระยะเวลานับจากวันที่ผู้ปลูกเริ่มทำตามมาตรฐานและยื่นขอต่อหน่วยรับรอง หน่วยรับรองลดระยะเวลาลงได้ ถ้ามีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่าไม่เคยใช้สารต้องห้าม และเพิ่มระยะเวลาได้เช่นกัน เช่น กรณีที่เคยใช้สารเคมีมาก ส่วนแนวกันชนหรือคันดินใช้ป้องกันแปลงจากที่ดินข้างเคียง
ความอุดมสมบูรณ์ของดินต้องมาจากในฟาร์มเอง มาตรฐานห้ามใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ และโดยทั่วไปห้ามเผาตอซังเพื่อเตรียมพื้นที่ แต่ให้ไถกลบตอซังข้าวหลังเก็บเกี่ยว และปลูกพืชตระกูลถั่วเป็นปุ๋ยพืชสด มาตรฐานข้าวอินทรีย์ยกตัวอย่างถั่วพุ่ม ถั่วพร้า ปอเทือง และโสนอัฟริกัน (Sesbania rostrata) โดยแนะนำให้หว่านพืชตระกูลถั่วก่อนปลูกข้าวประมาณสองเดือน ไถกลบเมื่อครบ 45 ถึง 60 วันหรือเมื่อเริ่มออกดอก แล้วทิ้งให้ย่อยสลาย 7 วันก่อนปลูกข้าว ปุ๋ยหมักและมูลสัตว์ใช้ได้เมื่อย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว และต้องมาจากแหล่งอินทรีย์หรือแหล่งที่อนุญาตเท่านั้น
เมล็ดพันธุ์ น้ำ และวัชพืช
เมล็ดพันธุ์ควรมาจากการเกษตรอินทรีย์ ถ้าหาไม่ได้ มาตรฐานอนุญาตให้ใช้เมล็ดพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้เคลือบสารในบางกรณี โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยรับรอง แต่ห้ามใช้เมล็ดพันธุ์ที่เคลือบสารเคมีเด็ดขาด และไม่อนุญาตให้ใช้พันธุ์ที่ตัดต่อพันธุกรรม มาตรฐานข้าวอินทรีย์ยังให้เลือกพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ และต้านทานโรคและแมลงในท้องถิ่น
วัชพืชควบคุมด้วยวิธีกายภาพและวิธีเขตกรรม (การจัดการในแปลงปลูก) มาตรฐานข้าวอินทรีย์ของไทยระบุวิธีเหล่านี้ไว้ ได้แก่ เตรียมดินอย่างพิถีพิถัน เลือกวิธีปลูกที่ช่วยลดการกำจัดวัชพืช ปักดำกล้าเมื่อมีวัชพืชมาก รักษาระดับน้ำในนาให้กดวัชพืชไว้ ถอนด้วยมือ ใช้เครื่องมือกำจัดวัชพืชแบบหมุน และปลูกพืชหมุนเวียน ส่วนหอยเชอรี่และปูให้ลดระดับน้ำ แล้วเก็บด้วยมือหรือใช้กับดัก ถ้าจะใช้สารกับแมลงศัตรูพืช ต้องเป็นสารในบัญชีที่มาตรฐานอนุญาตเท่านั้น และใช้ได้เมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล
เก็บเกี่ยว ตากแห้ง และแยกข้าวไม่ให้ปนกัน
ตอนเก็บเกี่ยวต้องระวังไม่ให้ข้าวปนกันและไม่ให้ปนเปื้อน มกษ. 9000-2564 กำหนดให้มีมาตรการในฟาร์มตั้งแต่ขั้นนวด กะเทาะเปลือก ทำความสะอาด ทำให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุ ถ้าใช้รถเกี่ยวหรือเครื่องนวดกับข้าวที่ไม่ใช่อินทรีย์ด้วย มาตรฐานข้าวอินทรีย์ระบุว่าต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน
ข้าวเปลือกต้องทำให้แห้งจนมีความชื้นไม่เกิน 14 เปอร์เซ็นต์ก่อนเก็บ เกณฑ์นี้ตรงกับที่มาตรฐานข้าวของไทยกำหนดไว้สำหรับข้าวเปลือกที่เข้าที่เก็บ ที่เก็บข้าวอินทรีย์ต้องสะอาด อากาศถ่ายเท และแยกจากข้าวอื่น พร้อมบันทึกปริมาณที่เก็บไว้ กระสอบและยานพาหนะต้องไม่ปนเปื้อน มกษ. 9000-2564 ไม่อนุญาตให้ใช้ถุงหรือภาชนะที่เคยใช้แล้วและเคยสัมผัสสิ่งที่อาจทำให้สถานะอินทรีย์เสียไป
การสีข้าวใช้หลักเดียวกัน ต้องแยกข้าวอินทรีย์ออกจากข้าวที่ไม่ใช่อินทรีย์ จะแยกด้วยสถานที่หรือด้วยเวลาก็ได้ และต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนนำข้าวอินทรีย์เข้าสี พร้อมจดบันทึกสิ่งที่แปรรูป
ฟาร์มไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นอินทรีย์ทั้งหมดในคราวเดียว สำหรับข้าว มกษ. 9000-2564 อนุญาตให้เปลี่ยนเพียงบางส่วนของฟาร์มได้ ก็ต่อเมื่อข้าวอินทรีย์กับข้าวที่ไม่ใช่อินทรีย์เป็นคนละชนิดและคนละพันธุ์ที่แยกแยะกันได้ เช่น ข้าวหอมมะลิกับข้าวสีหรือข้าวเหนียว โดยต้องแยกพื้นที่และวิธีจัดการให้ชัดเจน ต้องเก็บบันทึก รวมทั้งปัจจัยการผลิตที่ใช้ ไว้อย่างน้อย 5 ปี
สรุปสั้น ๆ
- แปลงต้องจัดการแบบอินทรีย์อย่างน้อย 12 เดือนก่อนปลูกพืชอายุปีเดียวอย่างข้าว ตามที่ มกษ. 9000-2564 กำหนด
- ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้ว ตอซัง และปุ๋ยพืชสดตระกูลถั่ว ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์และไม่เผา
- จัดการวัชพืชด้วยการเตรียมดิน ควบคุมระดับน้ำ ปักดำกล้า และถอนด้วยมือหรือด้วยเครื่อง
- ทำข้าวเปลือกให้แห้งจนมีความชื้นไม่เกิน 14 เปอร์เซ็นต์ แล้วเก็บ สี และขนส่งแยกจากข้าวที่ไม่ใช่อินทรีย์
- ต้องเก็บบันทึกอย่างน้อย 5 ปี



