วิธีอ่านฉลากอินทรีย์.

ตามมาตรฐานไทย อาหารจะเรียกว่า "อินทรีย์" ได้ต้องมีส่วนผสมอินทรีย์อย่างน้อยร้อยละ 95 ส่วน "ผลิตจากส่วนผสมอินทรีย์" ต้องมีอย่างน้อยร้อยละ 70 และควรมีชื่อหรือรหัสของผู้รับรองด้วย

บนฉลากอินทรีย์ ให้มองหาสามอย่าง คือ คำว่า "อินทรีย์" พร้อมตัวเลขร้อยละ เครื่องหมายที่มีชื่อหรือรหัสของหน่วยที่รับรองผลิตภัณฑ์ และรายการส่วนผสม ตามมาตรฐานไทย มกษ. 9000 (TAS 9000) อาหารจะเรียกว่าอินทรีย์ได้ต้องมีส่วนผสมอินทรีย์อย่างน้อยร้อยละ 95 ส่วนคำว่า "ผลิตจากส่วนผสมอินทรีย์" ต้องมีอย่างน้อยร้อยละ 70 ทั้งสองตัวเลขไม่นับน้ำและเกลือ

กฎร้อยละของไทย

มกษ. 9000 กำหนดกฎสำหรับอาหารอินทรีย์แปรรูปไว้ในข้อ 11 อาหารที่เป็นของแข็งคิดร้อยละโดยน้ำหนัก ส่วนของเหลวคิดโดยปริมาตร

  • "อินทรีย์" และเครื่องหมายรับรอง ต้องมีส่วนผสมอินทรีย์อย่างน้อยร้อยละ 95 ส่วนที่เหลือต้องไม่ได้มาจากการดัดแปลงพันธุกรรมหรือผ่านการฉายรังสี และสารช่วยในการแปรรูปต้องอยู่ในรายการของมาตรฐาน
  • "ผลิตจากส่วนผสมอินทรีย์" ต้องมีส่วนผสมอินทรีย์อย่างน้อยร้อยละ 70
  • ต่ำกว่าร้อยละ 70 เรียกผลิตภัณฑ์ว่าอินทรีย์หรืออ้างว่าได้รับการรับรองอินทรีย์ไม่ได้ แต่ยังใช้คำว่า "อินทรีย์" กับส่วนผสมแต่ละอย่างในรายการส่วนผสมได้

ส่วนผสมชนิดเดียวกันจะมีทั้งแบบอินทรีย์และไม่ใช่อินทรีย์ในผลิตภัณฑ์เดียวกันไม่ได้ รายการส่วนผสมต้องแสดงทุกอย่าง ทั้งอินทรีย์และไม่ใช่อินทรีย์ พร้อมร้อยละโดยประมาณตามน้ำหนัก เรียงจากมากไปน้อย สมุนไพรและเครื่องเทศที่มีน้อยกว่าร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์ ระบุรวมว่า "สมุนไพร" หรือ "เครื่องเทศ" ได้

ประเทศอื่นใช้ตัวเลขใกล้เคียงกัน สหรัฐอเมริกากำหนดร้อยละ 95 สำหรับ "organic" และร้อยละ 70 สำหรับ "made with organic (specified ingredients)" โดยไม่นับน้ำและเกลือเช่นกัน คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ตราอินทรีย์ของสหภาพยุโรปต้องมีส่วนผสมอินทรีย์อย่างน้อยร้อยละ 95

ใครเป็นผู้รับรอง

มกษ. 9000 กำหนดว่าผลิตภัณฑ์อินทรีย์ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยตรวจรับรอง และฉลากต้องแสดงชื่อหรือรหัสของหน่วยนั้น ให้มองหาใกล้ ๆ เครื่องหมาย

เครื่องหมาย Q ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองสินค้าเกษตรของไทย มีรหัสอยู่ใต้เครื่องหมาย หน้าเว็บของสำนักงานเกษตรแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่อธิบายเรื่องนี้ระบุว่า รหัสแสดงชื่อหน่วยตรวจรับรอง รหัสของมาตรฐาน และชื่อผู้ถือใบรับรอง สหรัฐอเมริกากำหนดให้มีข้อความอย่าง "Certified organic by" ตามด้วยชื่อผู้รับรอง ส่วนสหภาพยุโรปกำหนดให้มีหมายเลขรหัสของหน่วยควบคุมและแหล่งที่มาของวัตถุดิบทางการเกษตร

เครื่องหมายที่ไม่มีชื่อหรือรหัส ให้อะไรตรวจสอบได้น้อยมาก

ประกาศของ อย. ว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารบรรจุหีบห่อ (ฉบับที่ 367 พ.ศ. 2557) ยกเว้นกฎการแสดงฉลากให้อาหารบางกลุ่ม หนึ่งในนั้นคืออาหารสดที่ไม่ได้แปรรูปและบรรจุในภาชนะที่มองเห็นอาหารข้างใน บรรจุภัณฑ์แบบนี้อาจมีข้อความพิมพ์น้อย เครื่องหมายและรหัสจึงอาจเป็นสิ่งหลักที่ใช้ตรวจสอบ

คำที่ไม่ใช่การรับรอง

มกษ. 9000 กำหนดเงื่อนไขสำหรับคำว่า "organic" "เกษตรอินทรีย์" และ "ออร์แกนิก" คำอื่นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานนั้น

ประกาศของ อย. กำหนดเพียงว่า ข้อความ รูปภาพ และเครื่องหมายบนฉลากต้องไม่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดอย่างมีนัยสำคัญ ประกาศไม่ได้นิยามคำว่า "ธรรมชาติ" ในฐานะข้อความอ้างบนฉลาก ในประกาศนั้นคำนี้ปรากฏเฉพาะเรื่องสีและกลิ่นรสที่เติมลงไป คำอย่าง "ธรรมชาติ" หรือ "ปลอดสารเคมี" จึงไม่ได้บอกเรื่องการตรวจสอบหรือการรับรอง

มกษ. 9000 ครอบคลุมฟาร์มที่อยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนด้วย ผลิตภัณฑ์ที่หน่วยตรวจรับรองตรวจแล้วมีข้อความบอกว่าอยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ได้ แต่ห้ามมีเครื่องหมายรับรองที่ทำให้เข้าใจว่าได้รับการรับรองเป็นอินทรีย์แล้ว

สรุปสั้น ๆ

  • ในประเทศไทย "อินทรีย์" ต้องมีส่วนผสมอินทรีย์อย่างน้อยร้อยละ 95 และ "ผลิตจากส่วนผสมอินทรีย์" อย่างน้อยร้อยละ 70 โดยไม่นับน้ำและเกลือ
  • ต่ำกว่าร้อยละ 70 เรียกผลิตภัณฑ์ว่าอินทรีย์ไม่ได้ คำนี้ใช้ได้เฉพาะกับส่วนผสมแต่ละอย่างในรายการ
  • มองหาชื่อหรือรหัสของผู้รับรอง เช่น รหัสใต้เครื่องหมาย Q
  • "ธรรมชาติ" และ "ปลอดสารเคมี" ไม่ได้นิยามไว้ทั้งในมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และในประกาศของ อย. เรื่องฉลาก

แหล่งข้อมูล