แก้วมังกร เก็บเกี่ยวตอนไหน เก็บอย่างไรให้อยู่นาน.

แก้วมังกรเก็บเกี่ยวตอนสีผิวเกือบสุดแล้ว เก็บทั้งผลที่ 10 องศาเซลเซียสได้ราว 2 สัปดาห์ ตู้เย็นที่เย็นกว่านั้นทำให้ผลช้ำจากความเย็นได้

แก้วมังกรเก็บเกี่ยวตอนผิวเปลี่ยนเป็นสีแดงเกือบทั้งผล คู่มือของมหาวิทยาลัยฮาวายพบว่าเอทิลีน ก๊าซที่ช่วยให้ผลไม้หลายชนิดสุก ไม่ทำให้แก้วมังกรเปลี่ยนสี เก็บทั้งผลที่ 10 องศาเซลเซียสได้ราว 14 วัน ส่วนตู้เย็นที่เย็นกว่านั้นมาก อาจทำให้ผลช้ำจากความเย็น

ดูสีผิวแล้วบอกอะไรได้บ้าง

กรมส่งเสริมการเกษตรบรรยายแก้วมังกรว่าเป็นผลรี หนัก 500 ถึง 800 กรัม เปลือกสีชมพู กลีบเลี้ยงสีเขียว เนื้อมีทั้งสีขาว แดง และชมพู ทุกพันธุ์มีเมล็ดสีดำเม็ดเล็ก ๆ รสหวาน

คู่มือของส่วนส่งเสริมการเกษตรมหาวิทยาลัยฮาวายเล่าเรื่องผิวไว้ละเอียดกว่า เปลือกสีแดง มีเกล็ดสีเขียวขนาดใหญ่ พอผลสุก เกล็ดจะกลายเป็นสีเหลือง บนต้น ผิวเริ่มเปลี่ยนสีเมื่อหลังดอกบาน 25 ถึง 30 วัน ส่วนเนื้อนิ่มที่สุดและรสชาติดีที่สุดอยู่ราววันที่ 33 ถึง 37 หลังดอกบาน

คนปลูกใช้ "ผิวเปลี่ยนเป็นสีแดงเกือบทั้งผล" เป็นสัญญาณความแก่ เก็บได้ตั้งแต่วันที่ 25 ถึง 45 หลังดอกบาน คู่มือแนะนำช่วงวันที่ 32 ถึง 35 และบอกไว้ด้วยว่า ผลที่เก็บตอนวันที่ 25 ไวต่อความเย็นมากกว่าผลที่เก็บตอนวันที่ 30 ถึง 35

ช่วงฤดูในไทย

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่ามีแก้วมังกรตลอดปี ช่วงมากสุดคือเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม พฤศจิกายนจึงอยู่ถัดจากช่วงนั้น ยังหาซื้อได้ง่าย แต่ผลผลิตที่ออกมามากที่สุดผ่านไปแล้ว

เก็บทั้งผล

คู่มือแนะนำให้เก็บที่ 10 องศาเซลเซียส และอยู่ได้ราว 14 วัน มีการทดลองหนึ่งที่เก็บผลวันที่ 30 ถึง 35 หลังดอกบาน แล้วเก็บที่ 5 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 90 อยู่ได้ 17 วัน แต่คู่มือเตือนว่าพอนำออกมาไว้ที่ 20 องศา ผลที่เก็บที่ 5 องศาอาจช้ำจากความเย็น และที่ 6 องศาก็เป็นได้เหมือนกัน สรุปของคู่มือคือ 10 องศาเซลเซียสไม่เกิน 14 วันเหมาะกว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ตัวเลขตรงกัน คือ 14 วันที่ 10 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 90 ถึง 95

ผลที่ช้ำจากความเย็นจะมีอาการดังนี้

  • เนื้อโปร่งใส
  • ผลนิ่มและเหี่ยว
  • เกล็ดคล้ำ
  • เนื้อชั้นนอกเป็นสีน้ำตาล
  • รสชาติไม่ดี

ตัวเลขทั้งหมดมาจากการเก็บในงานค้าขายและงานวิจัย ไม่ได้มาจากครัวบ้าน ตู้เย็นในบ้านมักเย็นกว่า 10 องศา และทั้งสองแหล่งไม่ได้ให้คำแนะนำสำหรับใช้ที่บ้าน ที่ตัวเลขบอกได้ก็คือ แก้วมังกรทั้งผลไม่ชอบความเย็นจัด ส่วนที่อุณหภูมิห้องแบบบ้านเรา ผลจะอยู่ได้กี่วัน ทั้งสองแหล่งไม่ได้บอก จึงไม่ใส่ตัวเลขไว้

ผ่าและเก็บผลที่ผ่าแล้ว

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะวิธีผ่าไว้แบบหนึ่ง ผ่าผลตามยาวเป็น 2 ซีก ผ่าแต่ละซีกเป็นสองส่วน แล้วหั่นตามยาวอีกที

ตามคู่มือของฮาวาย ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขายแก้วมังกรผ่าชิ้นใส่ถาดห่อฟิล์ม มีการทดลองเก็บผลผ่าชิ้นที่ 4 องศาเซลเซียส นาน 8 วัน คู่มือเรียกว่าเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่กฎ และถาดในการทดลองก็ไม่เหมือนชามที่บ้าน

สรุปสั้น ๆ

  • กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่ามีแก้วมังกรตลอดปี ช่วงมากสุดคือพฤษภาคมถึงตุลาคม
  • คู่มือฮาวายใช้ผิวสีแดงเกือบทั้งผลเป็นสัญญาณความแก่ และบอกว่าเอทิลีนไม่ทำให้สีผิวเปลี่ยน
  • คู่มือแนะนำเก็บที่ 10 องศาเซลเซียสไม่เกิน 14 วัน กรมส่งเสริมการเกษตรให้ตัวเลขเดียวกัน
  • เก็บที่ 5 ถึง 6 องศา ผลอาจช้ำจากความเย็น เนื้อโปร่งใส นิ่ม และเป็นสีน้ำตาล
  • ผลผ่าชิ้นถูกเก็บที่ 4 องศาเซลเซียส 8 วันในการทดลองหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย

แก้วมังกรออกเยอะที่สุดช่วงไหน

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าแก้วมังกรมีตลอดปี โดยช่วงที่มีมากที่สุดคือเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

สังเกตยังไงว่าแก้วมังกรแก่พอเก็บได้

คู่มือของมหาวิทยาลัยฮาวายระบุว่าให้ดูจากผิวที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเกือบทั้งผล เป็นสัญญาณความแก่

เก็บแก้วมังกรทั้งผลยังไงให้อยู่ได้นาน

คู่มือมหาวิทยาลัยฮาวายและกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เก็บที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส จะอยู่ได้ราว 14 วัน

แหล่งข้อมูล