
เห็ดหูหนู.
เห็ดสีเข้มรูปใบหู เนื้อกรุบหนึบ
เร็ว ๆ นี้
- วิธีเก็บ
- เก็บเห็ดหูหนูสดในตู้เย็นในกล่องที่รองกระดาษ ล้างให้สะอาดตอนจะปรุง
- เก็บได้
- ควรกินภายในไม่กี่วัน
- ฤดูกาล
- ตลอดปี ปริมาณผลผลิตเปลี่ยนไปตามช่วง
- แหล่งผลิต
- ประเทศไทย
- อินทรีย์
- ดูใบรับรองได้ในข้อมูลแต่ละล็อต
เห็ดหูหนูเป็นเห็ดดอกบาง ขอบหยัก สีน้ำตาลไปจนเกือบดำ รูปร่างคล้ายใบหู ชื่อทั้งไทยและอังกฤษก็มาจากตรงนี้ ตัวเห็ดแทบไม่มีรสของตัวเอง คนใช้เพราะเนื้อสัมผัส ผิวลื่น กัดแล้วกรุบ เด้ง ผัดหรือเคี่ยวนานก็ยังกรุบอยู่ ในอาหารไทยเจอในผัดขิง แกงจืดวุ้นเส้น ไส้ปอเปี๊ยะ และยำต่าง ๆ
เห็ดสดที่ดีจะชุ่มชื้น งอได้ สะอาด ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว
นำไปทำอะไรได้บ้าง
- หั่นเป็นเส้น ผัดกับขิงสด หมูหรือเต้าหู้ และซีอิ๊วนิดหน่อย
- ใส่แกงจืดวุ้นเส้น หรือน้ำซุปกระดูกหมู
- สับละเอียดผสมไส้ปอเปี๊ยะหรือเกี๊ยว ให้มีเนื้อกรุบ
- ลวกแป๊บเดียว แล้วยำกับมะนาว น้ำปลา พริก และผักหอม
วิธีเก็บ
เห็ดหูหนูสดเก็บในตู้เย็น ใส่กล่องที่รองกระดาษซับ ก่อนปรุงล้างให้สะอาด เพราะเศษดินมักซ่อนอยู่ตามรอยพับ แล้วตัดโคนแข็งตรงที่ติดกับขอนออก กินภายในไม่กี่วัน
ที่มาของสินค้า
ปลูกตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง ดูใบรับรองของแต่ละล็อตได้เมื่อตามรอยสินค้า
ทุกแพ็กจะมีเลขล็อต กรอกเลขล็อตในหน้าตามรอยสินค้า แล้วจะเห็นฟาร์มในล็อตนั้น วันที่เก็บเกี่ยว และใบรับรอง
คุณค่าในตัว
ใน 100 กรัม ส่วนที่กินได้
- พลังงาน
- 28 กิโลแคลอรี
- โปรตีน
- 0.73 กรัม
- ใยอาหาร
- 4.8 กรัม
- ไขมัน
- 0.08 กรัม
มีมาก
- ใยอาหาร4.8 ก.19%
ประโยชน์: ช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย
แถบสีบอกว่า 100 กรัม ให้ได้กี่ % ของที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน
มีอยู่บ้าง
- วิตามินบี 2 0.11 มก.
% คือส่วนของปริมาณที่คนอายุ 6 ปีขึ้นไปต้องการต่อวัน (Thai RDIs ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 445 พ.ศ. 2566) บรรทัด "ประโยชน์" แสดงเฉพาะสารอาหารที่ 100 กรัม ให้ได้ตั้งแต่ร้อยละ 15 ขึ้นไป ตัวเลขเป็นค่าทั่วไปของอาหารชนิดนี้ อ้างอิงจากฐานข้อมูลองค์ประกอบสารอาหารของอาหารไทย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (Mushroom, Jew 's ear, raw) แต่ละรอบเก็บเกี่ยวอาจต่างกันเล็กน้อย
ควรรู้.
ความรู้ทั้งหมด- วิธีล้างผักที่บ้านอย. กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะนำเรื่องล้างผักไว้อย่างไร และล้างแล้วอะไรออก อะไรไม่ออก
- จัดตู้เย็นยังไงให้อาหารปลอดภัยตั้งตู้เย็นให้ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ใส่ของดิบในภาชนะไว้ชั้นล่างสุด และเว้นที่ให้ลมเย็นไหลผ่าน ตามคำแนะนำของ WHO และหน่วยบริการวิชาการในสหรัฐอเมริกา
- ทิ้งอาหารที่บ้านให้น้อยลงอาหารที่โลกทิ้งส่วนใหญ่ทิ้งกันที่บ้าน นิสัยที่ FAO และ UNEP ชี้ไว้คือวางแผนก่อนซื้อ ใช้ของเก่าก่อน และคิดไว้เลยว่าของเหลือจะเอาไปทำอะไร



