
เผือก.
หัวสีน้ำตาลมีขน เนื้อมันหอม ทำได้ทั้งขนมและกับข้าว
เร็ว ๆ นี้
- วิธีเก็บ
- เก็บเผือกทั้งหัวให้แห้ง ในที่เย็นอากาศถ่ายเท ไม่ต้องเข้าตู้เย็น ปอกตอนจะทำเท่านั้น
- เก็บได้
- ควรกินภายในไม่กี่วัน
- ฤดูกาล
- มีตลอดปี ปริมาณมากน้อยตามช่วง
- แหล่งผลิต
- ประเทศไทย
- อินทรีย์
- ดูใบรับรองได้ในข้อมูลแต่ละล็อต
เผือกคือหัวใต้ดินของต้นที่มีใบใหญ่รูปหัวใจ ผิวนอกสีน้ำตาล ขรุขระ มีขนละเอียดเป็นวง ๆ เนื้อในสีขาวครีม มักมีจุดสีม่วงเล็ก ๆ แทรกอยู่ พอสุกเนื้อจะนุ่ม เหนียวนิด ๆ รสมันอ่อน ๆ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ขนมไทยใช้เผือกเยอะมาก แต่ใส่ในหม้อกับข้าวก็เข้ากันดีไม่แพ้กัน
เผือกดิบกินไม่ได้ จะทำให้คันปากและคันมือ ต้องทำให้สุกทั่วทุกครั้ง หลายคนก็ใส่ถุงมือตอนปอกด้วย
นำไปทำอะไรได้บ้าง
- นึ่งเผือกเป็นชิ้นจนนุ่ม กินกับมะพร้าวขูด โรยน้ำตาลกับเกลือนิดหน่อย
- หั่นเต๋า ต้มในกะทิหวาน เป็นขนมอุ่น ๆ
- บดเผือกนึ่งกับแป้ง ได้แป้งสีขาวจุดม่วงไว้ปั้นบัวลอย กินกับน้ำกะทิ
- ฝานบาง ๆ ทอดเป็นแผ่นกรอบ หรือหั่นเป็นแท่งชุบแป้งทอด
- ใส่ชิ้นเผือกในหม้อพะโล้หรือหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วแบบจีน
วิธีเก็บ
เก็บทั้งหัว ยังไม่ล้าง ให้แห้ง วางในที่เย็นและอากาศถ่ายเท ไม่ต้องเข้าตู้เย็น ปอกด้วยมีด ล้างชิ้นเผือก แล้วทำกินในวันเดียวกัน
ที่มาของสินค้า
ปลูกตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรอง ใบรับรองของแต่ละล็อตดูได้ในหน้าตามรอยสินค้า
ทุกแพ็กจะมีเลขล็อต กรอกเลขนี้ในหน้าตามรอยสินค้า แล้วจะเห็นฟาร์มที่อยู่ในล็อตนั้น วันที่เก็บเกี่ยว และใบรับรอง
คุณค่าในตัว
ใน 100 กรัม ส่วนที่กินได้
- พลังงาน
- 112 กิโลแคลอรี
- โปรตีน
- 1.5 กรัม
- ใยอาหาร
- 4.1 กรัม
- ไขมัน
- 0.2 กรัม
มีมาก
- วิตามินอี2.4 มก.26%
ประโยชน์: ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน
- วิตามินบี 60.28 มก.22%
ประโยชน์: ช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยลดความเหนื่อยล้า
- ทองแดง0.17 มก.19%
ประโยชน์: ช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยลำเลียงธาตุเหล็กในร่างกาย
- โพแทสเซียม591 มก.17%
ประโยชน์: ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ และช่วยให้ความดันเลือดเป็นปกติ
- ใยอาหาร4.1 ก.16%
ประโยชน์: ช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย
แถบสีบอกว่า 100 กรัม ให้ได้กี่ % ของที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน
มีอยู่บ้าง
- แมงกานีส 0.38 มก.
- ฟอสฟอรัส 84 มก.
- แมกนีเซียม 33 มก.
- วิตามินบี 1 0.1 มก.
- โฟเลต 22 มคก.
- วิตามินซี 4.5 มก.
% คือส่วนของปริมาณที่คนอายุ 6 ปีขึ้นไปต้องการต่อวัน (Thai RDIs ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 445 พ.ศ. 2566) บรรทัด "ประโยชน์" แสดงเฉพาะสารอาหารที่ 100 กรัม ให้ได้ตั้งแต่ร้อยละ 15 ขึ้นไป ตัวเลขเป็นค่าทั่วไปของอาหารชนิดนี้ อ้างอิงจากฐานข้อมูล FoodData Central กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) (Taro, raw) แต่ละรอบเก็บเกี่ยวอาจต่างกันเล็กน้อย



